ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

เหตุผลที่ทำให้ “เวลา” กลับมาหมุนเร็วขึ้น

Admin
14 มกราคม 2022

เหตุผลที่ทำให้ “เวลา” กลับมาหมุนเร็วขึ้น

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาด และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล Chief Business Officer–Specialty Business บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกเหตุผลที่ทำให้เวลาของตลาดนาฬิกากลับมาหมุนเร็วขึ้นว่า

“ปีนี้เป็นปีแรกที่ตลาดฟื้นตัวอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาในช่วง 2-3 ปีที่แล้วอาจจะยังมีปัญหาบ้างในภาพรวมของเศรษฐกิจ หากปีนี้โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

“อีกทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคยังดีอยู่ โดยเฉพาะสินค้าลักชัวรี่ ซึ่งผลสำรวจของงานวิจัยต่างๆ พบว่าสินค้าลักชัวรี่ในปัจจุบันที่คนไทยนิยมซื้อสูงสุดคือนาฬิกา ที่มีสัดส่วนมากถึง 21% รองลงมาคือเสื้อผ้าแบรนด์เนม 17% และสินค้ากลุ่มสกินแคร์ 14%”

ทั้งคู่บอกอีกว่า นอกจากกำลังซื้อภายในประเทศที่ไปได้ดีแล้ว ยังได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีน ที่นิยมซื้อ นาฬิกา ในเมืองไทย เนื่องจากภาษีนำเข้านาฬิกาของไทยเพียง 5% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีน ที่มีภาษีนำเข้านาฬิกาอยู่ที่ 30%

โดยแบรนด์ที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความนิยมได้แก่ Omega, Longines, Mido, Tissot, Frederique Constant, Gucci, Bulova เป็นต้น เพราะแบรนด์เหล่านี้ได้มีการเปิดตลาดที่ประเทศจีนมายาวนาน

ความน่าสนใจต้องยกให้ “Hi-end”

อย่างไรก็ตาม เมื่อลอง Insight เข้าไปในตลาด 45,900 ล้านบาท จะพบว่า ถึงเซกเมนต์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คือ Luxury ที่มีราคาต่อเรือนตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือนักสะสมทั้งหลาย แต่เซกเมนต์ที่ครองสัดส่วนมากที่สุดและกำลังได้รับความสนใจมากที่สุด ต้องยกให้ “Hi-end”

“กลุ่ม Luxury ยังเติบโตอยู่ แต่ถือว่าต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ ด้วยถูก Hi-end ที่ปรับตัวขึ้นมาแย่งความสนใจไป เพราะเมื่อเทียบ Value for money เซกเมนต์ Hi-end ยังมีภาษีที่ดีกว่า”

“เหตุผลคือ เซกเมนต์ Hi-end เริ่มปรับตัวและทำราคาให้ผู้บริโภคเอื้อมไปแตะได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ก็มีรายได้สูงขึ้นด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าลดราคา หากเลือกที่จะทำราคาตั้งแต่เปิดตัวเลย เช่นจากราคาเริ่มต้น 150,000-200,000 บาท ก็ปรับมาเริ่มต้นที่ 100,000 บาท” และไม่ใช่แค่เซกเมนต์ Hi–end เท่านั้น แต่เซกเมนต์ Middle ก็เป็นอีกกลุ่มที่วางกลยุทธ์เชิงรุกในการเพิ่มกลไกด้านราคา ทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลายแบรนด์ได้ออกนาฬิกาเรือนใหม่ในราคาที่เร้าใจมากขึ้น ทั้งแบรนด์ TAG Heuer Formula1, Breitling รุ่น Navitimer 8, Maurice Lacroix รุ่น Aikon, Longines รุ่น La Grande Classique, Mido รุ่น Baroncelli A Trilogy of Limited Edition และ Oris ถึงจะถูก Smart Watch แย่งความสนใจ แต่ไม่น่ากังวัลมากนัก

นอกจากนี้อีกเซกเมนต์ที่เติบโตอย่างโตเนื่อง 10-15% ทุกปี คือนาฬิกา Fashion ที่ในปีนี้มีการขยายฐานตลาด Smart Watch ที่เติบโตมากในช่วง 2-3 ปีหลัง เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้ามีความสนใจนาฬิกาการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ได้แก่  Apple Watch, Garmin, Suunto และเพื่อไม่ให้ถูกแย่งลูกค้าไป กลุ่มแบรนด์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์จึงเพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่ม Smart Watch เช่นกัน ได้แก่ TAG Connected, Frederique constant, Alpina, Michael Kors Access, Fossil Q และ Diesel On เป็นต้น

แต่ทั้งนี้กลุ่ม Smart Watch ก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป

เพราะถึงแม้ว่าปีที่ผ่านมาความนิยมของผู้บริโภคทั่วโลกสำหรับนาฬิกาที่ราคาต่ำกว่า 30,000 บาท จะถูกทดแทนด้วย Smart Watch หรือ Digital Watch แต่ปีนี้กลับพบว่าความนิยมยังคงอยู่ แต่อัตราการเติบโตมีความชะลอตัว โดยโตขึ้นเพียง 1.2% เท่านั้น

“ถ้านับรวมทั้งแบรนด์ไอทีด้วย แน่นอน Smart Watch ต้องเติบโตเยอะมาก แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับกลุ่มนาฬิกาทั่วไปแน่นอน”

“เพราะการเข้ามาของดิจิทัลทำให้คนเห็นมูลค่าของนาฬิกามากขึ้น ถึง Smart Watch จะเติบโต แต่ผู้บริโภคก็ไม่สามารถใส่ได้ทุกวัน ที่ใส่เพราะต้องการฟังก์ชันเท่านั้น แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วจะเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่คาแรกเตอร์ของตัวเอง จึงยังต้องการนาฬิกาดีๆ สักเรือนมาใส่ เพื่อสะท้อนถึงคาแรกเตอร์ของตัวเอง”

Smart Watch

ถึงจะหาข้อมูลใน “ออนไลน์” แต่ก็มาซื้อที่ร้านอยู่ดี

ขณะเดียวกันพฤติกรรมของลูกค้าในการซื้อนาฬิกาในปัจจุบัน ต้องการนาฬิกาที่มี Storytelling นวัตกรรม และเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น

แต่ก็ยังมุ้งเน้นไปยังแบรนดที่ชื่นชอบ รวมไปถึงคำนึงถึงราคาเป็นหลักเพราะทุกคนต้องการใช้เงินอย่างคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งเทรนด์การเลือกซื้อนาฬิกาที่กำลังมาแรง คือ นาฬิกากลุ่มสีเขียว น้ำเงิน พาสเทล ขาว และดำ เรือนสตีล หรือรุ่นยอดนิยม รุ่นคลาสสิกที่ได้รับความนิยมในอดีตกลับมาผลิตอีกครั้ง และรุ่นครบรอบในโอกาสพิเศษของแบรนด์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่น่าสนใจของผู้บริโภคในวันนี้คือ O2O หรือ Online to Offline

“O2O เป็นพฤติกรรมของลูกค้าและเป็นการพัฒนาของค้าปลีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าถ้าผู้บริโภคยุคนี้ต้องการซื้อสินค้า ออนไลน์ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ และได้รับความหลากหลาย แต่สินค้าอย่างนาฬิกาก็ทำได้แค่หาข้อมูล เว็บสล็อต ไม่ได้ตัดสินใจซื้อในออนไลน์ จึงมีสัดส่วนการซื้อในช่องทางนี้เพียง 2% เท่านั้น”

หากเมื่อถึงเวลาซื้อจริงกลับเดินเข้าร้านอยู่ดี เนื่องจากนาฬิกามีเรื่องของเทคโนโยลี และเรื่องราวที่มาพร้อมกัน ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าจะจ่ายเงินเป็นหมื่นทั้งที ก็ต้องการได้รับบริการที่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการบริการ และเมื่อบวกกับโปรโมชันที่เร้าใจ ผู้บริโภคก็หนีไปไหนไม่พ้นแล้ว”

เลขประกาศ : 5530
เข้าชม : 17 ครั้ง