ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

ต้องเลือกยื้อชีวิต! รพ.ธรรมศาสตร์ ประกาศไม่ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยโควิด

วิกฤตขั้นสูงสุด! จนหมอต้องเลือกยื้อชีวิต รพ.ธรรมศาสตร์ ประกาศไม่ใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วยโควิด หลังเตียงเต็ม ICU ล้น ชี้ที่อื่นเจอแบบเดียวกันไฮโลออนไลน์ไฮโลออนไลน์ 23 ก.ค. 2564 – ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พฤหัส ต่ออุดม ผอ.โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ชี้แจงกรณีโรงพยาบาลออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ “ท่อช่วยหายใจ” (Withholding Intubation) สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เข้าขั้นวิกฤตรุนแรง ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สำหรับการให้การรักษาผู้ป่วย โดยแบ่ง 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 ผู้ป่วยมีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า ผู้ป่วยมีการแสดงเจตนาโดยวาจาหรือโดยลายลักษณ์อักษร (advance directive หรือlivi will) ไม่ประสงค์ให้ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือมีการประชุมครอบครัวร่วมกับผู้ตัดสินใจแทน (surrogate decision maker) แล้วมีข้อสรุปไม่ประสงค์ใส่ท่อช่วยหายใจ

กรณีที่ 2 ผู้ป่วยไม่ได้มีการแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า แพทย์ผู้ดูแลพิจารณาไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อมีผู้ป่วยมีลักษณะอย่างน้อย 2 ข้อจาก 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

1.อายุมากกว่า 75 ปี
2.Charlson Comorbidity Index (CCI) > 4 โดยมีการให้คะแนนโดยแพทย์ผู้ดูแลพิจารณา
3. Clinical Frailty Scale ซึ่งมีความหมาย แพทย์ผู้ดูแลพิจารณาภาวะเปราะบางระดับรุนแรง
4. เป็นผู้ป่วยระยะท้าย

นพ.พฤหัส กล่าวต่อว่า ทรัพยากรภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้อง ICU มีความจำกัดเป็นอย่างมาก เราไม่สามารถรับผู้ป่วยได้หากห้อง ICU ยังคงมีผู้ป่วยนอนอยู่ ถือว่าเป็นวิกฤตทางการแพทย์ ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ที่เผชิญวิกฤตผู้ป่วยล้นเต็ม ที่อื่นต่างประสบปัญหาแบบเดียวกัน

การที่เราให้ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลได้โดยที่ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้ เป็นปัญหาที่หนักขึ้น หากเรามีผู้ป่วยที่จะรอเข้าโรงพยาบาล 20 คน โดยที่เรามีเตียง ICU จำนวน 8 เตียง ไม่มีทางที่เราจะไม่ตัดสินใจใด ๆ เช่น หากเราบอกว่าใครมาก่อนได้ก่อน คงเป็นปัญหาในเรื่องของการจัดการ ในระหว่างที่รอแล้วใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่นอกห้อง ICU รองรับ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้การดูแลรักษานั้นดีขึ้นแน่นอน ในแนวทางทั้งหมดคงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงเต็มและเตียงล้นได้ในปัจจุบัน

แต่จะสามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้ป่วยยังจะมีศักดิ์ศรีมีการได้รับการดูแลบางอย่างจากทางโรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นเราก็คงต้องปฏิเสธคนไข้ และจะมีคนไข้นอนอยู่นอกโรงพยาบาล หรือปฏิเสธง่ายที่สุดคือไม่รับเข้ามาภายในโรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยอยู่บ้านแล้วเสียชีวิต ถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของทุกท่าน หากมีผู้เสียชีวิตอยู่ข้างถนน มีผู้เดินทางมาร้องขอกับทางโรงพยาบาล นั่งหลังรถกระบะมา ที่ผ่านมาเราบอกได้แต่เพียงว่าเตียงเต็ม ท่านก็ต้องไปหาโรงพยาบาลอื่น ๆ เอง ตรงนี้ถือว่าเป็นความเจ็บปวดของวงการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในการที่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยเหล่านี้ได้เลย