ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

ปมโควิด-แผลใหญ่ซักฟอกรัฐบาล

ปมโควิด–แผลใหญ่ซักฟอกรัฐบาลเกมยิงปลา

เกมยิงปลา ปมโควิด : การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ประเด็นใหญ่ คือการตอกย้ำการบริหารสถาน การณ์โควิดที่ล้มเหลว สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ ประชาชน

ที่น่าจับตากว่าทุกครั้งคือ การซักฟอกครั้งนี้จะมีขึ้นท่ามกลางอารมณ์ร่วมของประชาชน

พิธาลิ้มเจริญรัตน์
หัวหน้าพรรคก้าวไกล
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 นั้น มีการพูดคุยกันจริงในหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าการบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ทั้งล้มเหลวและไม่มีประสิทธิภาพรวมถึงมีแนวโน้มว่าจะมีการทุจริตมากขึ้น

จึงคิดว่าเราอาจต้องเร่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้นแต่ทั้งหมดอยู่ในแผนแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดยังไม่มีรายละเอียดเรื่องเวลาว่าจะเปิดอภิปรายเมื่อใดหรือเนื้อหาเป็นอย่างไรบ้างยังไม่ได้มีการพูดคุยกันต่อ

ในส่วนของพรรคก้าวไกลต้องตามหลายเรื่องนอกจากเรื่องโควิด-19 ไม่ว่าจะเรื่องการต่างประเทศ เรื่องสาธารณสุข เรื่องเศรษฐกิจ โดยอย่างยิ่งในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ได้เห็นทั้งงบประมาณและเอกสารต่างๆซึ่งสามารถเรียกดูรายละเอียดได้ก็สะสมเนื้อหาข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ

รวมถึงข้อมูลจากพี่น้องประชาชนที่เสนอเข้ามาหลังไมค์ก็มีจำนวนมาก แต่แน่นอนว่าเราต้องหาเอกภาพของฝ่ายค้านและต้องหาเวลาที่เหมาะสมในการรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน และต้องมีน้ำหนักมากพอจะโน้มน้าว ส.ส.ของฝ่ายรัฐบาลด้วย

การเตรียมข้อมูลที่นอกจากมีประชาชนช่วยเสนอเข้ามาแล้ว พรรคก้าวไกลก็มีวิธีเตรียมข้อมูลในแนวทางอื่นที่คงจะไม่ต่างไปจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นการทำงานลงพื้นที่ของ ส.ส.เขตสมาชิกพรรคและองคาพยพของพรรคที่ทั้งดึงและดันข้อมูลมาจากพื้นที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตไม่ได้เข้าถึงยาก ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่หรือการทำงานแบบออนกราวด์ของ ส.ส.เขตก็จะเริ่มเห็นได้ชัดเช่นจะเห็นว่างบประมาณต่างๆแต่ละกระทรวงใช้ไปกับอะไรบ้างอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง

เป็นหน้าที่ของผมที่จะประสานกับลูกพรรค ไม่ว่าจะ ส.ส. สมาชิกพรรคหรืออาสาสมัครเพื่อลงไปดูว่ามีความต้องการในการใช้เช่นนี้จริงหรือไม่เช่นโรงไฟฟ้าที่จะนำไปสร้างเป็นความจริงหรือไม่พื้นที่ที่จะนำไปช่วยประเทศเมียนมาทั้งเรื่องของเศรษฐกิจพิเศษทำได้จริงหรือไม่หรือไม่เกิดประโยชน์กับภาษีประชาชน

ส่วนการอภิปรายจะพุ่งเป้าไปที่ใครบ้างนั้น คนที่รับผิดชอบเรื่องโควิดก็คงจะต้องเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มีทั้งเวลา 400 ร้อยกว่าวันในการเตรียมตัว รวมถึงมีงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ผ่านมาเกินปี มี 4.5 หมื่นล้านที่ดูแลทั้งหมด มี 1 หมื่นกว่าล้านจะอัพเกรดเรื่องของไอซียูเครื่องช่วยหายใจเครื่องดูดเสมหะตู้แช่วัคซีน

และยังมี พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ที่มีเงิน 3 หมื่นล้าน ที่เกี่ยวข้องกับการอัพเกรดสาธารณสุข สามารถดูข้อมูลตรงนี้ได้จากเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลางว่าจัดซื้ออะไรไปแล้วบ้าง ซึ่งเห็นอย่างชัดเจนว่าจัดซื้อไปเพียง 3% เท่านั้นจากที่อนุมัติไป

แสดงว่าทั้งเวลา งบประมาณ และอำนาจที่ได้รวบไว้ทั้งในฐานะนายกฯ ประธานศบค. และประธานในการจัดหาวัคซีนต่างๆ ไม่สามารถจัดการบริหารงานได้ ดังนั้น จึงต้องพุ่งตรงไปที่พล.อ.ประยุทธ์

และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่าต้องเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข รวมถึงรมว.มหาดไทย รมว.ต่างประเทศ ซึ่งยังไม่คอนเฟิร์ม แต่ด้วยหลักการและสามัญสำนึก ก็น่าจะเป็นประมาณนี้

ส่วนหมัดเด็ดที่จะโน้มน้าวส.ส.พรรคอื่นๆ นั้นถ้าบอกก่อนก็ไม่เป็นหมัดเด็ด

สุทินคลังแสง
ปธ.คณะทำงานเตรียมการ
อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเพื่อไทย
การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ หลักๆ คือการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่ล้มเหลวทั้งสองเรื่องหลักกำลังอยู่ในอารมณ์ของทุกคนซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้เชื่อว่าจะสอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคมมากที่สุดเราเชื่อว่าสังคมก็ไม่ไว้วางใจรัฐบาลจริงๆทั้งความไม่ไว้วางใจในความสามารถที่จะนำพาประชาชนฝ่าวิกฤตโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจความไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลจะบริสุทธิ์ใจในการแก้ไขปัญหา

ไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลจะได้รับการยอมรับจากเวทีโลกและนานาชาติเพียงพอที่จะแสวงหาความร่วมมือนำพาประเทศและประชาชนไปรอดได้ไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณและทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้ตรงกับปัญหา

ความต้องการของประชาชนเหล่านี้เป็นความไม่ไว้วางใจซึ่งรัฐบาลต้องหยุดบริหารประเทศได้แล้ว และมอบให้คนอื่นเข้ามาบริหารประเทศต่อ ทั้งหมดเราจะถอดความรู้สึกของประชาชนออกมาพูดเลย

การเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เรามีทีมข้อมูลส่วนกลางหนึ่งชุด ซึ่งเป็นทีมนักกฎหมายและนักบริหารเก่าที่จะหาข้อมูลเตรียมไว้ให้ ขณะที่ ส.ส.แต่ละคนที่จะอภิปรายจะไปแสวงหาข้อมูลมาด้วยต่างฝ่ายต่างเจาะหาข้อมูล

ประเด็นปัญหาโควิดพรรคมีทั้งแหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคลเช่นหมอภาคประชาชนนักธุรกิจองค์กรภาคเอกชนที่พร้อมให้ข้อมูลกับเราเยอะมากในส่วนข้อมูลที่เป็นเอกสารหลักฐานบอกได้เลยว่าข้อมูลหาง่ายสุดเข้าถึงได้ง่ายกว่าทุกครั้ง

ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจจะชี้ให้เห็นว่ากำลังวิวัฒนาการไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจในประเทศกำลังจะทรุด หากเปรียบเป็นร่างกายคืออวัยวะภายในตายแล้ว เริ่มไม่ทำงานแล้ว เป็นอัมพาตครึ่งซีก

โดยรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้นั้น พรรคยังไม่ได้หารือกันว่าเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคล เพราะต้องจัดระบบข้อมูลให้ดีก่อน แล้วค่อยมาดูแต่ละเรื่องนั้นเป็นความผิดของใคร ค่อยมากำหนดเป้าอีกครั้งว่าเป็นจำเลยที่ 1, 2 หรือ 3 หรือเป็นจำเลยร่วมกันทั้งหมด

แต่เป้าใหญ่สุดหนีไม่พ้นต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมและหากพรรคร่วมรัฐบาลยังยกมือสนับสนุนให้กันอยู่คนที่ยกมือให้เตรียมกอดคอกันตายไปพร้อมกันได้เลย

มีทางเลือกอยู่สองทาง คือปล่อยให้ผู้ต้องหาของสังคมตายไปเดี่ยวๆ หรือกองเชียร์จะตายไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังยกมือให้เชื่อว่าจะโดนหางเลขไปด้วยแน่นอน

ครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในมิติใหม่นอกจากการอภิปรายในสภาแล้วจะเป็นการอภิปรายไปพร้อมกันทั้งสังคมทั้งองค์กรภายนอกและภาคประชาชนที่พร้อมจะก่นด่าสาปแช่งรัฐบาลไปพร้อมๆกันเป็นอารมณ์ร่วมของทุกภาคส่วนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

คิดว่ามีโอกาสล้มรัฐบาลสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาต่อให้เราไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเชื่อว่ารัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้แล้วงานนี้จะไม่ใช่การเล่นการเมืองแต่จะเป็นภารกิจเป็นวาระของสังคมที่ต้องทำร่วมกัน

หากฝ่ายค้านไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ทำอะไรเลย เชื่อว่าจะโดนสังคมประณามด้วยเช่นเดียวกัน

พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง
เลขาธิการพรรคประชาชาติ
พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้ประชุมเป็นทางการแต่มีประเด็นที่เห็นว่าควรจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประเด็นใหม่โดยเน้นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นและการบริหารราชการที่ผิดกฎหมายทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

อีกส่วนจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิด-19 ที่มีการใช้สถานการณ์โควิดปฏิบัติหน้าที่ไปในทางให้เกิดช่องทางการทุจริต

ส่วนจะอภิปรายได้ช่วงไหนนั้นเนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงการจัดประชุมต้องดูบริบทของประเทศด้วยว่าจะประชุมได้หรือไม่วันนี้เราต้องดูเรื่องความอยู่รอดของคนไทยจากผลกระทบของโควิด

แต่การแก้ไขปัญหาคิดว่ารัฐบาลต้องรีบตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องรอฟังการอภิปราย เพราะนายกฯ บริหารงานผิดพลาดร้ายแรง ต้นตอคือนายกฯ ไปตัดสินใจรวบอำนาจมาตั้งเป็นศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.

ทั้งที่จริงการบริหารราชการต้องเป็นไปตามโครงสร้าง อำนาจ หน้าที่ แต่ศบค.เป็นเพียงกลุ่มคนที่นายกฯเข้าใจว่ามีความคิดจินตนาการหรือมีประสบการณ์ที่เคยทำแต่โครงสร้างหน้าที่เช่นกระทรวงสาธารณสุขที่มีมานานมีทั้งบุคลากรสาธารณสุขแพทย์และพยาบาลเข้ามาทำงานในกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อรวบอำนาจไปอยู่ที่ ศบค. กลายเป็นศูนย์ นายกฯฟังเสียงกระซิบของคนกลุ่มหนึ่ง แทนที่จะใช้อำนาจโครงสร้างในการดูแลจัดการโควิด จึงเป็นความผิดพลาดทำให้เกิดผลกระทบ

อีกเรื่องคือการจัดซื้อวัคซีน ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา การอนุมัติโดยมติครม.เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆซื้อได้ถูกกว่าเราแต่ไม่สำคัญเท่ากับว่าปกติของทั่วโลกโดยเฉพาะซีกอเมริกายุโรปการค้าขายกับประเทศอื่นๆจะเคร่งครัดเรื่องทุจริตและผู้ประกอบการธุรกิจการซื้อขายต้องมีระบบป้องกันการจ่ายใต้โต๊ะ

แต่การเลือกซื้อซิโนแวคอาจเป็นช่องทางให้สงสัยได้ถ้ารัฐบาลจริงใจต้องเปิดสัญญาซื้อขายเพราะเป็นเรื่องของประชาชนเราต้องได้วัคซีนที่ดีที่สุดและต้องมีทางเลือกนอกจากนี้เรายังมีข้อมูลที่ยังไม่อยากจะเปิดเผยอีกบางส่วนถ้าได้พูดในสภาจะเห็นภาพชัดขึ้น

วันนี้สำคัญที่สุดนายกฯไม่ควรต้องรอให้อภิปรายแต่ควรพิจารณาลาออกเพราะได้ทำร้ายประชาชนมาเยอะจากการตัดสินใจผิดพลาดและไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีกลุ่มคนที่เป็นต้นตอก็ไม่ลงโทษ

นายกฯยังได้ทำลายกระทรวงสาธารณสุขแทนที่จะให้กระทรวงได้ทำตามโครงสร้างหน้าที่แต่ต้องไปทำตามพรรคพวกนายกฯบางคนเคยมีประวัติเป็นหมอที่ดีแต่วันนี้ความรู้สำคัญกว่าบารมีในอดีต

พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องทำข้อมูลให้ดีที่สุด แต่จะโน้มน้าวส.ส.ซีกรัฐบาลได้หรือไม่นั้น เราหวังได้ยาก เพราะตำแหน่ง อำนาจ ผลประโยชน์ แต่เชื่อว่าประชาชนจะทนไม่ได้ ส่วนฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด